การดำเนินการและกิจกรรมของสมาคม

พิธีมอบรางวัลสมาคมดีเด่น ประจำปี 2560

พิธีมอบรางวัลสมาคมดีเด่น ประจำปี 2560

ในแต่ละยุทธศาสตร์ สมาคมได้มีการดำเนินการและจัดกิจกรรมไปแล้วดังนี้


  • การยกระดับคุณภาพของการให้บริการ

               เนื่องจากที่ผ่านมาประเทศไทยยังไม่มีการกำหนดมาตรฐานของคลังสินค้า ไซโล และห้องเย็น ทำให้ผู้ประกอบการส่วนใหญ่ไม่ค่อยให้ความสำคัญในการพัฒนาคุณภาพของการให้ บริการ แต่กลับไปแข่งขันกันด้านราคาโดยไม่ค่อยพัฒนาคุณภาพของการให้บริการ ทำให้ผู้ใช้บริการเลือกใช้บริการที่มีราคาที่ต่ำที่สุดโดยไม่ได้ให้ความ สำคัญกับคุณภาพของการให้บริการมากนัก ทั้งที่หากเกิดความเสียหายแก่สินค้าที่ฝากเก็บ มูลค่าของความเสียดังกล่าวอาจสูงกว่าค่าบริการหลายเท่า ธุรกิจคลังสินค้า ไซโล และห้องเย็นจึงไม่เกิดการพัฒนาอย่างที่ควรเป็น หากเราเปรียบเทียบกับธุรกิจโรงแรม เราจะเห็นว่าโรงแรมมีการแบ่งระดับคุณภาพเป็นระดับสามดาวถึงห้าดาว โรงแรมระดับห้าดาวมีมาตรฐานการให้บริการที่ดีเยี่ยมก็สามารถคิดอัตราค่า บริการที่สูงได้ ในขณะโรงแรมระดับสามดาวมีมาตรฐานการให้บริการพอใช้ก็จะคิดอัตราค่าบริการที่ ไม่สูงนัก ผู้ใช้บริการโรงแรมเป็นผู้เลือกว่าต้องการได้รับบริการระดับคุณภาพใดตาม อัตราค่าบริการที่สอดคล้องกับระดับคุณภาพนั้น
              สมาคม ได้ผลักดันให้มีการกำหนดมาตรฐานของคลังสินค้า ไซโล และห้องเย็น ขึ้น โดยมีการจัดระดับคุณภาพของการให้บริการเป็นระดับสามดาวถึงห้าดาวในลักษณะ คล้ายกับธุรกิจโรงแรม ทั้งนี้สมาคมได้ประสานความร่วมมือกับกรมการค้าภายใน กรมการค้าภายในจึงได้จัดงบประมาณและมอบให้อุตสาหกรรมพัฒนามูลนิธิเพื่อ สถาบันรับรองมาตรฐานไอเอสโอ (สรอ.) ดำเนินการการจัดทำมาตรฐานคลังสินค้า ไซโล และห้องเย็น พัฒนาผู้ประกอบการเข้าสู่มาตรฐาน และตรวจประเมินเพื่อการรับรอง โดยได้ดำเนินการในเดือนพฤษภาคมถึงกันยายน พ.ศ. 2553 ปัจจุบันได้มีการจัดทำมาตรฐานดังกล่าวเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และมีผู้ประกอบการผ่านการตรวจประเมินรับรองมาตรฐานแล้วจำนวน 30 รายในโครงการนำร่องของปี 2553 โดยในปีถัดไปจะมีโครงการต่อเนื่องเพื่อพัฒนาผู้ประกอบการเข้าสู่มาตรฐาน และตรวจประเมินเพื่อการรับรองมาตรฐานให้แก่ผู้ประกอบการเพิ่มเติมอีก
โครงการพัฒนาผู้ประกอบกิจการเข้าสู่มาตรฐานและตรวจประเมินเพื่อรับรองมาตรฐานให้แก่ผู้ประกอบกิจการ ได้มีการดำเนินกิจกรรมอย่างต่อเนื่องจาก ปี 2553 ถึงปัจจุบัน

โดยใน ปี 2554 ได้มีการทบทวนและปรับปรุงมาตรฐาน และมีผู้ประกอบกิจการผ่านการตรวจประเมินรับรองมาตรฐาน จำนวน 25 ราย

หลังจากนั้นได้มีผู้ประกอบกิจการผ่านการตรวจประเมินรับรองมาตรฐาน จำนวน 40 รายในปี 2555 ในปี 2556 จำนวน 50 ราย และในปี 2558 จำนวน 35 ราย


  • การใช้ประโยชน์ประทวนสินค้า

              ประทวนสินค้าเป็นเอกสารที่ผู้ให้บริการรับฝากสินค้าซึ่งอาจเป็น คลังสินค้า ไซโล หรือห้องเย็น ออกให้แก่ผู้ซึ่งนำสินค้ามาฝาก โดยจะมีรายละเอียดที่สำคัญระบุในประทวนสินค้า เช่น ชนิดสินค้า จำนวนสินค้า ชื่อและที่อยู่ของผู้ฝากและผู้รับฝากสินค้า เป็นต้น โดยผู้ฝากสินค้าสามารถนำประทวนสินค้าไปยื่นกับธนาคารเพื่อใช้เป็นหลักค้ำประกันในการขอกู้ยืมเงินได้ ประทวนสินค้าเป็นเหมือนเอกสารแสดงกรรมสิทธิ์ในสินค้า เจ้าของประทวนสินค้าสามารถโอนกรรมสิทธิ์สินค้าได้โดยไม่ต้องส่งมอบสินค้า ลักษณะคล้ายๆ กับโฉนดที่ดิน เจ้าของโฉนดที่ดินสามารถใช้โฉนดที่ดินเป็นหลักค้ำประกันในการขอกู้ยืมเงินได้ หากมีการใช้ประโยชน์ของประทวนสินค้าได้อย่างเต็มที่ จะเป็นประโยชน์กับทั้งผู้ฝากสินค้าและผู้รับฝากสินค้าอย่างมาก กล่าวคือ ผู้ฝากสินค้าสามารถนำประทวนสินค้าไปใช้ในการขอกู้ยืมเงินจากสถาบันการเงิน เงินที่กู้ยืมได้ก็สามารถไปใช้ในการผลิตหรือซื้อสินค้าใหม่ได้ และอาจนำสินค้าดังกล่าวมาฝากอีก ทำให้เกิดหมุนเวียนทางธุรกิจได้หลายรอบ นอกจากนี้ยังช่วยให้เจ้าของสินค้าโดยเฉพาะอย่างยิ่งสินค้าเกษตรมีทางเลือก ไม่จำเป็นต้องขายสินค้าหากราคาสินค้ายังไม่เป็นที่น่าพอใจ โดยการนำสินค้าไปฝากไว้กับคลังสินค้า ไซโล หรือห้องเย็น และนำประทวนสินค้าไปใช้กู้ยืมเงินจากสถาบันการเงินเพื่อนำเงินกู้ยืมที่ได้ไปใช้จ่ายที่จำเป็นได้ก่อน เมื่อราคาสินค้าเป็นที่น่าพอใจแล้ว จึงค่อยขายสินค้าที่ฝากไว้โดยคืนเงินกู้ยืมให้กับสถาบันการเงินเพื่อรับประทวนสินค้าคืนและใช้ในการเบิกสินค้าที่ฝากไว้ แต่เป็นที่น่าเสียดายว่าปัจจุบันการใช้ประโยชน์ของประทวนสินค้ายังมีน้อย เนื่องจากสถาบันการเงินโดยทั่วไปยังไม่ให้ความเชื่อถือในประทวนสินค้า
              สมาคมได้ผลักดันให้มีการใช้ประโยชน์ของประทวนสินค้ามากขึ้น โดยให้มีการจัดระบบการใช้ประโยชน์ของประทวนสินค้าเพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่สถาบันการเงินในการรับประทวนสินค้าเป็นหลักค้ำประกันสำหรับการให้กู้ยืมเงิน สมาคมได้หารือกับอธิบดีกรมการค้าภายในในเรื่องนี้โดยอธิบดีกรมการค้าภายในได้เห็นด้วยในหลักการ และในปี 2552 ได้มีคำสั่งกรมการค้าภายในแต่งตั้งคณะกรรมการจัดระบบเพื่อการใช้ประโยชน์จากใบรับของคลังสินค้าและประทวนสินค้า โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนการใช้ประโยชน์จากใบรับของคลังสินค้าและประทวนสินค้าให้เป็นที่เชื่อถือแก่บรรดาสถาบันการเงินและบุคคลทั่วไป ตลอดจนใช้เป็นเครื่องมือในการรักษาเสถียรภาพราคาสินค้าเกษตรอย่างมีประสิทธิภาพ อันจะช่วยลดภาระของภาครัฐในการแก้ไขปัญหาราคาสินค้าเกษตร คณะกรรมการชุดนี้มีลักษณะเป็นคณะกรรมาการร่วมภาครัฐและเอกชนโดยมีอธิบดีกรมการค้าภายในเป็นประธาน นายกสมาคมเป็นรองประธาน และผู้แทนองค์กรภาครัฐและเอกชนร่วมเป็นกรรมการ เช่น ผู้แทนธนาคารแห่งประเทศไทย ผู้แทนสำนักงานคณะกรรมการกำกับการซื้อขายสินค้าเกษตรล่วงหน้า ผู้แทนกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ผู้แทนกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ผู้แทนสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ผู้แทนสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และผู้แทนสมาคมธนาคารไทย เป็นต้น การจัดระบบเพื่อการใช้ประโยชน์จากประทวนสินค้าในขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการโดยมีคณะกรรมการชุดดังกล่าวเป็นผู้รับผิดชอบ


  • การเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน

    เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการธุรกิจคลังสินค้า ไซโล และห้องเย็น อันเป็นการเตรียมพร้อมสำหรับการเปิดการค้าเสรีของประเทศไทย สมาคมได้ดำเนินการในมาตรการที่สำคัญ ดังนี้
              1)  มาตรการประสานประโยชน์ร่วมกันในระหว่างผู้ประกอบการ โดยสมาคมได้จัดทำโครงการรวมซื้อเพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถซื้อสินค้าหรือบริการในราคาที่ถูกลง ทั้งนี้ได้เริ่มในเรื่องของการทำประกันภัยสินค้าที่รับฝากและทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องก่อน ขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการ
              2)  มาตรการส่งเสริมให้ความรู้ในการบริหารงานและเทคโนโลยี โดยสมาคมได้จัดการฝึกอบรมให้กับผู้ประกอบการเป็นประจำทุกปี ที่ผ่านมาสมาคมได้จัดการสัมมนาเพื่อฝึกอบรมไปแล้วหลายเรื่องเช่น การใช้ประโยชน์ประทวนสินค้า การประหยัดพลังงาน และการรับผิดต่อสินค้าที่รับฝากตามกฎหมายและการทำประกันภัย เป็นต้น
              3)  มาตรการปรับปรุงกฎระเบียบและข้อบังคับที่เป็นอุปสรรคในการประกอบธุรกิจ ที่ผ่านมาสมาคมได้เข้าไปมีส่วนร่วมกับกรมการค้าภายใน และคณะกรรมการพัฒนากฎหมายในคณะกรรมการร่วมสามสถาบันภาคเอกชน (กกร.) ในการปรับปรุงร่างพระราชบัญญัติคลังสินค้า ไซโล และห้องเย็น พ.ศ. .... ซึ่งร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวเป็นร่างที่กระทรวงพาณิชย์โดยกรมการค้าภายในเป็นผู้เสนอ ขณะนี้ได้ปรับปรุงเรียบร้อยแล้วและอยู่ในขั้นตอนที่กระทรวงพาณิชย์พิจารณาเพื่อเสนอคณะรัฐมนตรีอนุมัติต่อไป

    ซึ่งขณะนี้ได้ดำเนินการเสร็จแล้ว และประกาศใช้เป็นกฎหมาย โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 25 ธันวาคม 2558